"ม้าขาว" ถ่านไฟฉายรักษ์โลก รีไซเคิลได้ 100%

Last updated: 25 มิ.ย. 2567  |  410 จำนวนผู้เข้าชม  | 

forward-green-whitehorse-realkaline

 ถ่านไฟฉายตรา “ม้าขาว” หรือ ไวท์ฮอร์ส (White Horse) สินค้าไทยที่อยู่ในตลาดโลกมายาวนานกว่า 60 ปี ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด และการกลับมาเจาะตลาดในประเทศไทยอีกครั้งด้วยถ่านรูปแบบ อัลคาไลน์ ในราคาต่ำกว่าตลาด แต่มาตรฐานระดับสากล ด้วยการชูเทคโนโลยีการผลิตที่ได้คุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


แบรนด์ “ม้าขาว” ก่อตั้งขึ้นพร้อมกับโรงงานผลิตถ่านไฟฉายแห่งแรกของไทยในปี พ.ศ. 2500 โดยมีการผลิตถ่านไฟฉายแมงกานีสขนาด D หรือที่เรียกว่าถ่านไฟฉายขนาดใหญ่วางจำหน่ายเพียงขนาดเดียวโดยใช้กับวิทยุทรานซิสเตอร์และกระบอกไฟฉายจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นยุคการบริหารของทายาทรุ่นที่ 2 และได้เพิ่มการผลิตถ่านไฟฉายขนาด C, AA, AAA และ 9V ต่อมาได้ปิดโรงงานการผลิตในไทย และใช้การผลิตในโรงงานจากจีนที่ได้รับมาตรฐานการผลิตระดับสากลและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ถ่านไฟฉายแบรนด์ม้าขาวมียอดการจำหน่ายทั่วโลกในปัจจุบันจำนวน 200 ล้านชิ้นต่อปี


จุดแข็งเทคโนโลยีการผลิต “ถ่านไฟฉายรักษ์โลก”


ณัฐพล วิไลพรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 เล่าว่า เราใช้โรงงานผลิตที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและใช้วัสดุที่มีคุณภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วัสดุห่อหุ้มของถ่านทำจากเป็นพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% หรือ PET GRADE PLASTIC (polyethylene terephthalate) และถ่านผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานไม่ถูกต้อง



ทั้งนี้มีระยะเวลาการใช้งานและคุณภาพกระแสไฟที่ปล่อยอยู่ใน ระดับที่ปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากลและระดับโลก รวมถึงมีการทำ SPECIAL TESTING สําหรับใช้งานสภาพอากาศในประเทศไทย ที่ร้อนมากและชื้นมากเป็นถ่านอัลคาไลน์ที่คุณภาพดีที่สุดเหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการกําลังไฟสูงๆ เช่น Digital Door Lock , ของเล่นเด็ก เป็นต้น และมีการรับประกันแบบ Lifetime warranty สําหรับลูกค้า และร้านค้าในกรณีที่สินค้ายังไม่ถูกการใช้งาน


เป้าหมายชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยกลยุทธ์ราคา


ณัฐพล เล่าต่อว่า มูลค่ารวมตลาดถ่านไฟฉายในไทยอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยถ่านไฟฉายสัญชาติญี่ปุ่น ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 80% รองลงมาเป็น จีน ยุโรปสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 5-10% และไทย อยู่ที่ 1-2% เท่านั้น ม้าขาวเป็นแบรนด์ไทยรายเดียวที่อยู่ในตลาดนี้มาอย่างยาวนาน ดังนั้นมองว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยหันกลับมามองที่สินค้าไทยซึ่งมีคุณภาพไม่ต่างจากสินค้าของแบรนด์ต่างชาติ และมีราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย


ดังนั้นเราจึงกลับมาพัฒนาสินค้ากลุ่มอัลคาไลน์ ซึ่งเป็นถ่านไฟฉายที่ปัจจุบันได้รับความนิยมใช้กันมากกว่าถ่านแมงกานีส เนื่องจากอุปกรณ์หลายชนิดเปลี่ยนมาเป็นลักษณะดิจิทัลมากขึ้น ต้องการลักษณะใช้งานในระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้น ทำให้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเปิดตัวสินค้าใหม่ “ม้าขาวเรียลคาไลน์” (Realkaline) ซึ่งเป็นถ่านอัลคาไลน์รุ่นแรก ออกวางจำหน่าย เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่และลูกค้ากลุ่มทั่วไป และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการถ่านไฟฉายที่มีประสิทธิภาพสูง ในราคาที่ถูกกว่าถ่านไฟฉายตามท้องตลาดทั่วไปถึง 60 %



อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่บริษัทต้องการคือการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ไปยังผู้บริโภคให้มากขึ้น และมองว่าราคาของสินค้ากลุ่มถ่านไฟฉายในตลาดไทย ณ ปัจจุบันสูงกว่าราคาที่ขายในตลาดกลุ่มยุโรปและอเมริกาถึง 3 เท่า ซึ่งคนไทยควรได้ใช้สินค้าที่ราคาไม่แพงเกินความเป็นจริง


ทั้งนี้ต้องการให้มูลค่าของตลาดรวมในไทยเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 1-2% ในปัจจุบันเป็น 10% ภายใน 3 ปีต่อจากนี้ จากการเข้ามาทำตลาดของม้าขาวที่ใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่ถูกกว่าแต่คุณภาพที่เท่ากันกับแบรนด์ผู้นำตลาด


ความท้าทายของตลาดถ่านไฟฉายในไทย


ณัฐพล มองว่าความท้าทายของตลาดถ่านไฟฉายในไทย คือ ตลาดถูกผูกขาดมายาวนาน ทำให้คนไทยต้องใช้ถ่านไฟฉายที่มีราคาสูง และมียี่ห้อที่มีมาตรฐานในตลาดให้เลือกไม่มากนัก ประกอบกับผู้บริโภคมีความเข้าใจในเรื่องการใช้งานของถ่านแต่ละประเภทไม่เท่ากัน


ดังนั้นจุดเด่นของถ่านม้าขาวที่ผ่านมาตรฐานการทดสอบ ด้านการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ มีความเสถียรและความทนทาน ทัดเทียมกับถ่านไฟฉายระดับโลก แบรนด์อื่นในตลาด ในขณะที่ราคาถูกกว่า จะช่วยให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือก ในการตัดสินใจซื้อสินค้า และได้การยอมรับจากผู้บริโภค ในด้านคุณภาพและราคา บริษัทจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่า สินค้าไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก



เพิ่มช่องทางจำหน่ายสู่ออนไลน์


บริษัทได้วางแผนที่จะขยายตลาดในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ได้แก่ Facebook, Tiktok, Line Official, Shopee, Lazada รวมไปถึง ร้านอมร อีเล็กโทรนิกส์ 50 สาขาทั่วประเทศ, ร้านจำหน่ายสินค้าไอทีเวลคัม (Welcome) ศูนย์หนังสือจุฬา, ร้านเจ้เล้ง ดอนเมืองและช่องทางออนไลน์ของเจ้เล้ง





Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้