ผู้นำระดับโลกเลือก "OMODA E5" รถยนต์พลังงานสะอาด

Last updated: 1 ก.พ. 2567  |  63 จำนวนผู้เข้าชม  | 

OMODA_E5

 แบรนด์รถยนต์ OMODA (โอโมด้า) มาพร้อมกับวิสัยทัศน์เป็นผู้นำในตลาดรถครอสโอเวอร์ SUV ผ่านการพัฒนาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


โดยตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ กลยุทธ์การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Strategy) เพื่อบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้กลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจ และพร้อมกันเดินหน้าปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change)


ปัจจุบันกว่า 150 ประเทศได้ตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนแล้ว ซึ่งในหลายประเทศและเขตการปกครองเหล่านี้ ยังนำเสนอเป้าหมายด้านการเปลี่ยนสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง


ทั้งนี้ แบรนด์ OMODA มุ่งมั่นยกระดับแบรนด์ผ่านการพัฒนาในมิติต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในภูมิภาคต่างๆ โดยในปี 2023 ได้รับการยอมรับสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านความโดดเด่นในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของ OMODA E5 ที่ได้รับการยอมรับและเสียงชื่นชมจากผู้นำประเทศ ต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และตุรกี เป็นต้น



ทั้งนี้เดือนเมษายน ปี2023 OMODA แบรนด์ภายใต้บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนอย่าง “Chery Automobile” ได้จัดงานเปิดตัวโมเดลรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ “OMODA E5” โดยมีตัวแทนจำหน่าย สื่อมวลชน และพันธมิตรราว 400 ราย จาก 67 ประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน


พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรมและข้อมูลด้านพลังงานไฟฟ้าเชิงลึก ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ โดยตัวอักษรขึ้นต้น “O” ของแบรนด์ สื่อให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของยานยนต์สีเขียว ที่หมายถึง “ศูนย์” หรือการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์นั่นเอง ซึ่งวิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ช่วยให้รถยนต์ OMODA เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกและทำให้ขยายธุรกิจได้อย่างก้าวกระโดด


ขณะเดียวกันในฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ OMODA ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของโครงการริเริ่มด้านพลังงานใหม่ในท้องถิ่น ซึ่งได้รับการตอบรับและการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาลหลายประเทศ


โดยในพฤศจิกายนที่ผ่านมา Airlangga Hartarto รัฐมนตรีกิจการทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย (Coordinating Minister for Economic Affairs) และShan Xiangqian รองผู้ว่าการมณฑลอานฮุย ประเทศจีน (The Vice Governor of Anhui Province) ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัว OMODA E5 และต่างชื่นชมเทคโนโลยีพลังงานดังกล่าว


ต่อมาในเดือนธันวาคม รถยนต์ต้นแบบพลังงานใหม่ของ OMODA E5 ถูกนำเสนอต่อกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและการอุตสาหกรรม ประเทศมาเลเซีย โดย Tengku Zafrul Abdul Aziz รัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและการอุตสาหกรรมของมาเลเซีย (Minister of International Trade and Industry) ยกย่องความสำเร็จของแบรนด์นี้ในมาเลเซียที่ได้สร้างคุณูปการสำคัญในด้านพลังงานสะอาด และกลายเป็นจุดเด่นใหม่ในกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปทั่วโลก



สำหรับสหภาพยุโรป (European Union: EU) ที่มีประเทศสมาชิก 27 ประเทศ และประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาและใช้รถยนต์พลังงานสะอาดคล้ายยุโรปนั้น ถือเป็นตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ที่สำคัญของโลก


รถยนต์ OMODA จึงได้ใช้โอกาสนี้ปักหมุดตำแหน่งของแบรนด์ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในท้องถิ่นนั้น โดยในธันวาคมที่ผ่านมาระหว่างการเยือนสำนักงานใหญ่ Mehmet Fatih KACIR รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของตุรกี (Minister of Industry and Technology) ได้ทดลองขับ OMODA E5 เป็นการส่วนตัว และยกย่องเทคโนโลยีพลังงานใหม่ขั้นสูงของรถรวมถึงการออกแบบที่มีสไตล์และล้ำสมัย


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา OMODA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศต่างๆ ทั่วโลก การได้พบกับผู้มีอำนาจรัฐระดับสูงในประเทศต่างๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนการพัฒนาของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคนั้น


อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการแข่งขันระดับโลกของ OMODA และแนวทางการพัฒนาตลาดต่างประเทศอันทรงพลังเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นต่อไป


จุดเริ่มต้นภารกิจด้านความยั่งยืน 


หากวิเคราะห์กุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จในการสร้างแบรนด์รถยนต์เชื้อเพลิงของแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกนั้น คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและแข่งขันได้ ซึ่งหลักการนี้ยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญในการแข่งขันทางการตลาดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน


OMODA ไม่เพียงแค่มุ่งมั่นที่จะส่งมอบยานพาหนะที่ใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ผู้ใช้ทั่วโลกผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างโลกแห่งอนาคตที่ดีขึ้นอีกด้วย และยังคงไม่หยุดนิ่งกับการวิจัยและพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง


ทำให้แบรนด์ยังคงความแข็งแกร่งของคุณลักษณะที่เป็นหัวใจในผลิตภัณฑ์ นั่นก็คือ ระบบ Tri-electric System สุนทรียะทางดีไซน์ และความอัจฉริยะของระบบต่างๆ อยู่เสมอ


OMODA E5 รุ่นใหม่ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถขับได้ในระยะทางสูงสุด 430 กิโลเมตร รถยนต์รุ่นนี้สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 28 นาที ด้วยระบบชาร์จความเร็วสูง


นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่โดดเด่นในคอนเซ็ปต์ใหม่ “Light of Movement” ด้วยการผสมผสานระหว่างแสงและเงาที่มีไดนามิก ผ่านการนำเสนอสุนทรียภาพแห่งเทรนด์ที่ก้าวข้ามสู่โลกเสมือนจริงและสะกดจินตนาการของผู้พบเห็น ดึงดูดคนรุ่นใหม่ทั่วโลกโดยเฉพาะ


ภายในรถมาพร้อมกับจอคู่ขนาด 24.6 นิ้ว ระบบแสงโดยรอบ 256 สี สวยงามล้ำสมัย และการออกแบบเกียร์ที่เรียบง่าย คู่กับฟังก์ชัน ADAS ระดับสูง 17 รายการ รวมถึงการตรวจสอบจุดบอด การเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และการตรวจจับความเมื่อยล้าของผู้ขับ ทำให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยและชาญฉลาดแห่งยุค


ในขณะเดียวกันยังคงรักษาเป้าหมายการสร้างสิ่งแวดล้อมสีเขียวทั่วโลกอย่างจริงจัง ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ เช่น ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา OMODA ได้ร่วมมือกับผู้ใช้งานจากกว่า 30 ประเทศและภูมิภาคเพื่อเปิดตัว “Ecological Ride” ในการประชุม “2023 International User Eco-Cooperation Conference” เพื่อรณรงค์ไลฟ์สไตล์คาร์บอนต่ำ


และในวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ได้ร่วมกิจกรรม “Run for Sustainability” ภายใต้แนวคิด “A New Journey to a New Green Life” ที่มาเลเซีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน นอกจากนี้ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเชิงกลยุทธ์กับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature หรือ IUCN) โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมประสานการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ที่จะมีส่วนสำคัญช่วยให้เกิดการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน


ในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะสามารถปั้นแบรนด์เกิดใหม่ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนารถยนต์พลังงานใหม่นี้ไม่ใช่ทุกแบรนด์จะคว้าโอกาสดังกล่าวนั้นไว้ได้ มีเพียงแบรนด์ที่มีกลยุทธ์การพัฒนาอย่างชัดเจนเท่านั้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ได้ และ  OMODA เป็นหนึ่งในนั้น


ด้วยช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมรถยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า จึงใช้โอกาสนี้พัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลก ด้วยศักยภาพดังกล่าวทำให้พร้อมที่จะเป็นผู้นำยนตรกรรมแห่งอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้